This page is displayed only in THAI at the moment. Sorry for inconvenience.


ชาในฐานะสมุนไพร วิธีการชงชา ชาในประวัติศาสตร์


ชา ในประวัติศาสตร์
ในสมัยที่การล่าอาณานิคมยังแพร่หลาย ชาเป็นProductหลักอย่างหนึ่ง ของกองเรือพาณิชย์แห่งจักรวรรดิ์อังกฤษ ในเวลานั้น อังกฤษพยายามตู่ว่าใบชาและน้ำชามีกำเนิดมาจาก อินเดีย ซึ่งเป็นอาณานิคมของตน ทั้งนี้ก็เพื่อผลทางการค้า ให้โลกยอมรับความเป็นต้นตำรับของใบชา อินเดีย ซึ่งอังกฤษสามารถผลิตได้ในราคาต่ำและไม่จำกัดจำนวน เมื่อเวลาผ่านไป กระแส จักรวรรดินิยม คลายตัว วิธีการค้าเปลี่ยนโฉมไป ข้อบิดเบือนนั้นก็คลายไปด้วย ปัจจุบันนี้ เป็นที่ยอมรับแล้ว ว่าน้ำชานั้นมีกำเนิดมาจาก ประเทศจีน ตั้งแต่ยังไม่มีการบันทึกประวัติศาสร์เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยซ้ำไป

มีการกล่าวถึงการนำใบชามาชงน้ำครั้งแรก ในสมัยของกษัตริย์ เสินหนง (แต้จิ๋วออกเสียงว่า ซิ้งล้ง) นักประวัติศาสตร์คะเนว่า 3,000 ปีเศษก่อนพุทธศักราช หรือหย่อนๆ 6,000 ปีมาแล้ว ประวัติศาตร์ยุคนั้นของจีนยังเป็นเรื่องแนวเทพนิยายอยู่มาก
กษัตริย์เสินหนงนี้ ก็เป็นเทพแห่งการเพาะปลูกและปรุงยา (ชื่อเสินหนง แปลได้ตรงๆว่ากสิเทพ) มีพฤติการณ์คล้ายๆหมอชีวกโกมารภัจในศาสนาพุทธเรา คือเที่ยวทดลองสรรพคุณของพืชต่างๆ จนรู้แตกฉานถึงคุณและโทษของพืชทุกชนิด ถึงขั้นที่ว่า ในสายตาของพระองค์แล้ว ไม่มีพืชใดใช้ทำยาไม่ได้ เรื่องเล่าว่า กษัตริย์เสินหนงทรงพบว่า ใบชา เมื่อนำมาชงกับน้ำดื่มแล้วทำให้สดชื่น อีกทั้งยังช่วยขับพิษ รักษาโรค และอายุวัฒนะด้วย นับแต่นั้นน้ำชา ก็เป็นที่รู้จักในฐานะยาสมุนไพรสืบมา กษัตริย์เสินหนงนี้เป็นหนึ่งในสามราชา ซึ่งเป็นบรรพกษัตริย์ที่เป็นที่ยกย่องสูงสุดของจีน ชาวจีนเรียก ซานหวงอู่ตี้ แปลว่าสามราชาห้ากษัตริย์ คำว่าหวง และตี้นี้เองที่จิ๋นซีอ๋องนำมารวมกันเป็นหวงตี้ หรือฮ่องเต้อย่างที่เราได้ยินกัน เรื่องนี้ค่อนข้างยาว เอาไว้คุยกันต่อในโอกาสอื่นดีกว่า

ถัดจากสมัยของกษัติย์เสินหนงไปอีกราว 2,000ปี ในสมัยราชวงศ์ถัง คัมภีร์เล่มแรก ที่เป็นต้นแบบทางวัฒนธรรมการดื่มชาของจีนก็ถือกำเนิดขึ้น หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า"ฉาจิง"เขียนขึ้นโดยบัณฑิตลู่อวี้ ซึ่งอุทิศตนให้กับการศึกษาศิลปะการชงชา เขาเดินทางรวบรวมความรู้ ซึมซับประสบการณ์อยู่นับสิบปี จึงได้กลั่นกรองออกเป็นงานเขียนชิ้นนี้ ฉาจิงประกอบด้วย10บท แจกแจงละเอียดยิบทุกแง่มุมตั้งแต่ แหล่งกำเนิดใบชาชนิดต่างๆ ภูมิอากาศ สภาพดินที่เหมาะกับการปลูกชา กระบวนการแปรรูปใบชา มาตรฐานของใบชา เครื่องมือที่ใช้ ไปจนถึงการชง และอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง วิธีการดื่ม ตลอดไปจนหัวข้อที่เกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรม ศีลธรรมต่างๆ ผลงานของลู่อวี้กลายเป็นบรรทัดฐานของวัฒนธรรมชาในจีนนับแต่บัดนั้น อย่างไรก็ดีความนิยมในใบชาและวิธีชงต่างๆนั้น ก็แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ผู้นำแฟชั่นหลักที่กำหนดรูปแบบและพิธีการเกี่ยวกับชาของจีนอยู่นับพันปีก็คือ ราชสำนักนั่นเอง เมื่อมาถึงสมัยราชวงศ์ซ่ง ก็เกิดกระแสนิยมการทำชาผง ซึ่งต้องใช้แปรงไม้ไผ่คนให้เป็นฟองก่อนจะดื่ม วิธีแบบนี้ได้แพร่หลายไปถึง ญี่ปุ่น แล้วกลายเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตายตัว และไม่เคยเปลี่ยนแปลงอีกเลยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใด

นี่เป็นเพียงเรื่องอย่างย่อที่สุด เกี่ยวกับการกำเนิดของ วัฒนธรรมชา ในตะวันออก การดำรงอยู่นับพันๆปีใน ประเทศจีน ทำให้ชามีเรื่องราวการผจญภัยที่แสนพิศดาร เกี่ยวข้องกับชีวิตคนทุกชั้น ตั้งแต่จักรพรรดิ์ไปจนถึงคนยากเข็ญ เป็นสัญลักษณ์แทนความหมายในพิธีการต่างๆมากมาย เมื่อไปถึง ญี่ปุ่น ชาหลอมรวมเข้ากับแนวคิดทางศาสนา กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสงบทางจิตวิญญาณ แล้วดำรงตนอย่างเข้มแข้งอยู่บนเกาะ ซึ่งการรบพุ่งแย่งชิงอำนาจดำเนินไปอย่างดุเดือด เมื่อยุคสมัยพัดพาให้วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกมาพบกัน ชาก็ทำให้ยุโรปหลงรักทันที แล้ว ชา ก็ร่วมเดินทางกับชาวยุโรปไปจนสุดขอบโลกผ่านการล่าอาณานิคม แล้วก็ชานี่เอง ที่ยุติยุคสมัยของ จักรวรรดินิยม ยุโรป ด้วยการจุดชนวนแตกแยกของอาณานิคมอเมริกา ออกจากมาตุภูมิอังกฤษอย่างไม่อาจหวนคืน แล้วจะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดในโอกาสต่อๆไป